สวนโมกข์
May 4, 2007
สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
ตั้งใจไว้ว่าเรียนจบเมื่อไร จะไปสวนโมกข์ กับ รร.เตรียมอีกซักครั้ง
หลังจากหยุดไปเมื่อตอนปี 1 ด้วยมีเหตุต้องติดธุระ ส่วนใหญ่ก็
กิจกรรมคณะ ในช่วงเวลานี้ตลอด
ปีนี้ คมคิด ไปสมัครเป็นคนแรก เลยทำให้อาจารย์ยงยุทธ (เด็กสมัยนี้ต้องเรียกว่า คุณครูยงยุทธ) ฝากถามคมมาบ่อยๆ ว่าจะไปด้วยรึเปล่า
ดีใจที่ในที่สุด ก็ไป…
คณะเดินทางของพวกเราประกอบด้วยนักเรียนเตรียมฯไม่ถึง 20 เป็นหญิงทั้งหมด (จริงๆนะ)
รุ่นพี่ประปราย ก็มี เด็กวิดวะคอม จุฬาฯ 3 คน คือ น้องมิ้ว สุขุม และน้องบอล, แทน, พี่จิ๊ก-คนนี้เคยอยู่วิดถาปัตย์ ตอนนี้เรียนโท อยู่ที่ มจธ. แล้วก็ พี่ Bright-เจ้าประจำ
ที่มาส่วนใหญ่จะหนักไปทางอาจารย์
ก็ ตลกดี…
การเดินทางบนรถไฟชั้นสามครึ่งราคา 12 ชั่วโมง สนุกตรงทุกครั้งที่นั่งแล้วเจอคนคุยด้วยไม่ซ้ำกันเลย
การเจอผู้ๆคนใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ เป็นกำไร เป็นไฟ ให้ชีวิต
สองวันแรกที่สวนโมกข์ร้อนมาก
ร้อนจนคอแห้งทุกชั่วโมง
มีการเปลี่ยนแปลงที่พักจากที่ที่เคยพัก 3 ครั้งที่เคยมา คือเรือนแดง กลายเป็นบ้านไม้สองชั้น ชื่อบ้านเชียงใหม่ อยู่ในเขตอุบาสิกา
ที่นี่ เค้าจะตั้งชื่อบ้านตามใจผู้สร้างถวายวัด
อาจารย์ยงยุทธชี้ให้ดูบ้าน “เครือตาชู” ที่ชื่อเหมือนนามสกุลอดีต ผอ.โรงเรียนเตรียมฯ คุณหญิงบุญเลื่อน เครือตาชู
ผู้ชาย 7 คน ก็ไปอาศัยนอนข้างๆที่พักพระสงฆ์ ด้วยความมีคนน้อย
ผู้คนเข้าออกที่นี่ได้ง่าย จนเป็นเหตุให้กระเป๋าตังค์และมือถือของน้องบอลโดนขโมยพร้อมสตางค์อีกนิดหน่อยของ อ.มงคล (ศ.ดร.มงคล นาคเดช อ.วิศวะไฟฟ้า จุฬาฯ)
อ.มงคลบอก ดีใจมากที่เค้าไม่เอาฟันปลอมของผมไป อันนี้ราคาแพงและเสียเวลานานยุ่งยากต้องไปทำใหม่ถ้าหายไป
เลยว่าจะติดป้ายขอบใจคุณโจร พร้อมฝากเงินรางวัลให้มารับได้ที่ป้อมตำรวจห้าร้อยบาท
สี่วันหลังที่สวนโมกข์ฝนตกตลอด ตกหนัก ตกพรำๆ ตกปรอยๆ
คิดถึงอาจิณ ปัจจภัค ที่ว่าไว้ในหนังมหา’ลัยเหมืองแร่ ‘ฝนตกจนภูเขาละลาย ใบไม้โงหัวไม่ขึ้น’
ผ้ายางปูนั่งเลยได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่ากว่าที่เคย
มาคราวนี้เป็นพี่ใหญ่ เลยมีหน้าที่ต้องดูแลน้อง บวกเป็นช่างภาพ (อันนี้อยากเอง) และเป็นคนคอยอัดเทปแทนพี่ Bright ซึ่งกลับก่อน ไปสอบทุน กพ.
สังเกตตัวเอง ก็เห็นว่ายังหงุดหงิดอยู่บ่อยๆ อันนี้เป็นโรคที่ตั้งใจมารักษาโดยเฉพาะ
แต่เด็กเป็นคนมักโกรธ สงบลงตอนช่วงม.ต้น ม.ปลาย แล้วก็มาฟุ้งจัดตอนช่วงปี 4 ที่ทำนายกสโมฯ
เพราะอนุสัยเดิมมีเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นการหงุดหงิดเรื่องของชาวบ้าน (โง่เนอะ) เช่น เสียงอ.คุยกันดังตอนที่เราปิดไฟนอนแล้ว
หรือ เสียงท่านวิโมกข์เทศน์แล้วลำโพงมันวางข้างหูบนเขานางเอตอนเรานั่งสมาธิเวรกำ…
กำลังฝึกอยู่ ตอนนี้ก็กลับมาฝึกระงับต่อที่บ้านกะคม กะ จัน ลดวิวาทะและความเครียดดี
อ.มงคลถามว่า ทำไมไม่ชวนพรรคพวกที่วิทยาศาสตร์มา
เออเนอะ เราก็ไม่ทันนึก ไว้คราวหน้าจะชวนมาค่ะ
มาดูเรื่องอาหารการกิน
กับข้าวที่สวนโมกข์ก็อร่อยดีเช่นเคยด้วยฝีมือป้าเนียมและคณะ
และอาหารที่สวนโมกข์นานาชาติก็ธรรมชาติมากเช่นเคยเช่นกัน
แต่คราวนี้กินได้ อย่างไม่ฝืนด้วย ไม่ต้องเทน้ำเปล่าล้าง หรือ ตักกล้วยสุกลงไปคลุกเหมือนคราวก่อนๆ
คมบ่นว่ากินไม่ลง
เรื่องอาหารนี่น่าสนใจ
เคยลองฝึกกินของที่เกลียด คือ มะเขือเทศ โดยจินตนาการว่าเราชอบ
ปรากฎตอนนี้ชอบกินจริงๆ ไปแล้ว
เดี๋ยวนี้รู้สึกว่า รสชาติแท้ๆของอาหาร น่าสนใจกว่า รสน้ำตาล น้ำปลาที่มากลบ
เวลากินพิซซ่า ก็ไม่เทซ้อสมะเขือเทศลงไปมากๆเหมือนก่อน เพราะกินไปๆก็รู้สึกว่ากินซ้อสมะเขือเทศอยู่ ไม่ได้รสของพิซซ่าเลยนี่หว่า
อีกวิธี เหมาะสำหรับคนหลักการเยอะๆ คือ ให้คิดว่า มันมีคุณค่าทางอาหารดี ก็จะกินได้
เคยถามธแน็ค ว่า ทำไมกินผักกระเฉด กินน้ำใบบัวบกได้ (แบบไม่ฝืนกินนะ)
แน็คตอบว่า ‘ชั้นก็อยากกินอะไรที่มีคุณค่ากะเค้าบ้างสิ’
มาสวนโมกข์มีเรื่องหลักต้องเข้าใจและควรได้รู้อยู่หลายอย่าง บางท่านว่า 24 ข้อ แต่เอาเท่าที่นึกได้ฉบับ รร.เตรียมฯแล้วกัน คือ
- รู้จักท่านพุทธทาสภิกขุ – รู้ประวัติ รู้คำสอน รู้คำกลอนซักบทสองบท อันนี้จะช่วยเพิ่มความกระตือรือร้นในการศึกษาต่อ เพราะคนเรามักชอบรู้เรื่องของชาวบ้าน อัตถชีวประวัติใครซักคนที่น่าสนใจ ก็น่าศึกษา จริงมะ
- รู้จักภาพและวัตถุปริศนาธรรมรอบๆสวนโมกข์ – เช่น รูปปูนปั้นนกฮูกหน้าประตู เสาห้าต้นที่หมายถึงพละห้า ฯลฯ
- รู้สิ่งก่อสร้าง – เช่น โบสถ์ยอดเขาพุทธทอง ที่มีหลังคาเป็นฟ้า ใบไม้ในป่าเป็นช่อฟ้าใบระกา พื้นเป็นทราย ทาสีใหม่ทุกฤดูกาล หรือศาลารูปเรือเอาไว้เก็บน้ำฝน ให้เป็นน้ำพึ่งเรือขนานแท้ อาคารที่นี่จะไม่ทาสี เพราะท่านว่า พอสร้างเสร็จมันก็เก่าเลย ไม่เก่าไปกว่านี้ ก็ไม่ต้องเสียตังค์เสียเวลามาซ่อมแซมกันอีก
- สระนาฬิเกร์ – สิ่งนี้เป็นตัวชักนำให้ข้าพเจ้ามาที่สวนโมกข์ ด้วยเมื่อตอนม. 2 ไปเข้าค่ายที่วัดวะภูแก้ว ที่สูงเนิน ดร.ดาราวรรณ (วิทยากรประจำ ศิษย์หลวงพ่อพุทธ) แจกรางวัลเป็นแผ่นพับธรรมะให้เลือกหยิบ สำหรับเด็กที่ยกมือออกไปตอบคำถาม ตอนนั้นได้มาหลายใบ หนึ่งในนั้นเป็นรูปต้นมะพร้าวกลางน้ำ เขียนว่ามะพร้าวนาฬิเกร์ ได้ยินชื่อสวนโมกข์ก็คราวนั้นเป็นครั้งแรก… พอ ม.4 เห็นป้ายประชาสัมพันธ์ให้ไปสวนโมกข์ที่โรงอาหารตึก 60 ปี เลยรีบชวนเพื่อนจากสุรนารีไปสมัคร เรื่องมันก็เป็นดังนี้
5. เรือนนางงาม – งาม อยู่ที่ ซากผี
ดี อยู่ที่ ละ
พระ อยู่ที่ จริง
นิพพาน อยู่ที่ ตายก่อนตาย
ดูโครงกระดูกแยกหญิงชายเป็นจากที่นี่แหล่ะ ผู้หญิง Pelvic จะบานกว่านะจ๊ะ
6. โรงมหรสพทางวิญญาณ – ท่านนุ้ย ใครเคยฟังท่านบรรยายจะไม่มีวันลืม ที่นี่ลอกภาพปริศนาธรรม ภาพถ่าย และปูนปั้นสมัยพุทธกาลไว้ครบสมบูรณ์ที่สุด แต่จะขาดอรรถรสของการชมไปมากหากไม่เจอท่านนุ้ย ท่านนุ้ยเป็นคนตากใบ บวชมา 30 พรรษา เป็นคนใต้โดยแท้แม้พูดภาษากลางยังต้องตั้งใจฟังเพราะพูดเร็วมาก มุขของท่านฟังแล้วขำ แต่จำไม่ค่อยได้เพราะเร็วเกิน สิ่งที่ได้จากท่านกลับเป็นอิริยาบถและตัวอย่างของความตั้งใจดี มีครั้งนึงถวายน้ำแก้วหนึ่งหลังท่านบรรยายไปเป็นชั่วโมง ท่านก็วางไว้ ไม่ฉันท์ พอจบการบรรยาย ท่านก็ถือน้ำแก้วนั้นไปนั่งพับเพียบบนพื้นแล้วฉันท์ ก็เลยเพิ่งทราบว่า พระยืนฉันท์ไม่ได้นะ เพราะไม่เรียบร้อย อ้อ…
7. ยอดเขานางเอ – ปีนเขา 1.7 กิโล เหนื่อย วิวทะเลที่ขอบฟ้า สงบ สบาย แล้วว ทำไมรอบสถูปโบราณถึงต้องมีก่อนหินเรียงกันเป็นตั้ง???
8. สวนโมกข์นานาชาติ – คณะของเราเลือกที่จะโชคดี จัดเวลามาให้ได้เข้าไปในสวนโมกข์นานาชาติ ในช่วง 2 คืนต่อเดือนปลายเดือน ที่ที่นี่ว่างพอดี ไปเดินเท้าเปล่า อาบน้ำแร่ร้อน นอนคนเดียวบนหมอนไม้ กินใบไม้กินข้าวกล้อง พูดน้อย ตั้งใจปฎิบัติมากๆ
9. ภาพปฎิจสมุปบาท – ฟังกี่ครั้งก็ต้องมาฟังอีก จำได้ว่าตอนที่ฟังท่านดุษฎีเล่าเป็นครั้งที่ 2 ที่มาสวนโมกข์ รู้สึกเข้าใจมากขึ้นแล้ว แต่กลับมาอีกที ก็ยังงงอยู่ดี ขันธ์ห้า ผัสสะ อิทัปปัจยตา บลา บลา บลา
11. ทัศนศึกษา – สวนโมกข์เก่าพุมเรียง พลับพลาชัย เส้นทางสายแพรไหม วัดพระบรมธาตุไชยา พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดเวียง ที่เสียดายคือลุงสมพรผู้สอนลิงไข่นุ้ย ที่คุณลุงเสียไปเมื่อสี่ปีก่อน ยังจำได้ว่าลุงบอกว่า ‘เป็นคนทั้งที ก่อนนอนยังตั้งสติไม่ได้ ไม่สวดมนต์ไหว้พระ นอนให้มันดี ก็น่าสงสารเต็มที’ เลยยังรู้สึกแปลกๆทุกครั้งที่ล้มตัวลงไปนอนโดยไม่ได้สวดมนต์สั้นๆ (ซึ่งเดี๋ยวนี้เป็นบ่อย)
12. พระวิทยากร – ที่มีพระที่อาจารย์นิมนต์มาบรรยายให้เราฟังประจำสาม สี่ รูป ได้แก่ ท่านดุษฎี เป็นเจ้าอาวาสวัดที่ชุมพร ท่านเป็นนักเรียนเตรียมรุ่นเดียวกับอาจารย์ยงยุทธ และเป็นรองประธานชมรมสมัยอาจารย์เป็นประธาน ท่านมีความรู้สูงฟังแล้วได้ความรู้ นิทานแยะ เกร็ดเยอะถ้าไม่หลับเสียก่อน รู้จัก นพลักษณ์ จากท่านนี่ล่ะ
ท่านอาจารย์สิงทอง เป็นพระผู้ดูแลท่านพุทธทาสอย่างใกล้ชิด ท่านเป็นพระจริง (คนจริง) ที่น่ายกย่อง มาจากภาคอีสาน ไม่รู้หนังสือ ตั้งใจมารับใช้อาจารย์พุทธทาส เป็นแบบอย่างแห่งกตัญญู เลยได้ความรู้และฝึกอ่านเขียนจากการที่อยู่ใกล้ชิด ท่านเคยเดินธุดงส์จากสวนโมกข์ไปเชียงใหม่ แล้วก็เดินกลับมา โดยไม่มีใครตามไป ด้วยเพราะต้องการรู้ว่าธุดงส์คืออะไร เออ เนอะ…
ท่านมานพ เทศน์เก่ง ต้องไปฟัง
ท่านเจ้าคุณโพธิ์ เจ้าอาวาสวัดธารน้ำไหล หรือชื่อจริงของสวนโมกขพลารามนี่เอง วิธีการแกว่งแขนของท่านมีประโยชน์ทดลองได้
จะเขียนต่อเรื่องหลักธรรมที่น่าสนใจในภายหลัง…
Hello world!
May 3, 2007
Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!






